วันจันทร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2557

Cloud Computing

Cloud Computing 

เป็นแนวคิดของ OS ที่ไม่ต้องติดตั้งในเครื่อง หรือก็คือ ออนไลน์ตลอดการทำงาน เป็นแนวคิดที่ใช้พัฒนา Google Chrome OS ซึ่งขึ้นชื่อว่า เป็นระบบปฏิบัติการที่เบาที่สุดในโลก 


Cloud Computing กับคำนิยาม
คำว่า Cloud Computing มีผู้ได้ให้คำนิยามไว้หลากหลาย เช่น
”การประมวลผลที่อิงกับความต้องการของผู้ใช้ โดยผู้ใช้สามารถระบุความต้องการไปยังซอฟต์แวร์ของระบบ Cloud Computing จากนั้นซอฟต์แวร์จะร้องขอให้ ระบบ จัดสรรทรัพยากรและบริการให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ โดยระบบสามารถเพิ่มหรือลดจำนวนทรัพยากรให้พอเหมาะกับความต้องการของผู้ใช้ โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องทราบการทำงานเบื้องหลังว่าเป็นอย่างไร” โดย JavaBoom Collection
หรือ คำนิยามจากวิกิพีเดีย ที่ว่า “Cloud Computing อ้างถึงทรัพยากรสำหรับการคำนวณผลที่ถูกเข้าถึง ซึ่งโดยทั่วไปถูกเป็นเจ้าของและถูกดำเนินการโดยผู้ให้บริการบุคคลที่ 3 (third-party provider) ซึ่งได้รวบรวมพื้นฐานที่จำเป็นทั่วไปเข้าไว้ด้วยกันในตำแหน่งที่ตั้งของศูนย์คอมพิวเตอร์ (Data Center)  โดยผู้บริโภคบริการ cloud computing เสียค่าใช้จ่ายเพื่อความสามารถการคำนวณหรือการประมวลผลตามที่ต้องการ และไม่จำเป็นต้องรู้หรือเข้าใจในเทคโนโลยีที่สำคัญซึ่งซ่อนอยู่ อันที่ถูกใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องแม่ข่าย (server)  อย่างไรก็ตามมีตัวเลือกสำหรับผู้พัฒนาที่ต้องรู้และต้องคำนึงถึงในเทคโนโลยีสำคัญซึ่งซ่อนอยู่ในส่วนของการบริการแพล็ตฟอร์ม (platform services)”
การที่มีบางท่านให้คำนิยาม Cloud Computing ว่า “การประมวลผลแบบกลุ่มเมฆ”  นั้น ผู้เขียนเข้าใจว่าอาจเป็นเพราะCloud Computing เป็นการทำงานโดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่มากมายบนระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ซึ่งเราเพียงแต่เชื่อมต่อกับระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต โดยไม่ต้องสนใจว่าทรัพยากรที่ใช้อยู่นั้นมาจากต่างที่ต่างระบบเครือข่าย ทั้งที่อยู่ใกล้ ๆ หรือไกลออกไป เป็นการใช้ทรัพยากรภายในเครือข่ายขนาดใหญ่ จึงใช้สัญลักษณ์รูปก้อนเมฆแทนที่ตั้งของทรัพยากรคอมพิวเตอร์ทั้งหมดที่มีไว้ ให้บริการโดยผู้ให้บริการบุคคลที่สามแทน
มาถึงตรงนี้คงพอจะเห็นภาพของ Cloud Computing บ้างแล้ว จึงขอกล่าวถึงคำที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ อีก เช่น
  • Cloud Provider สำหรับคำนี้คงไม่ต้องอธิบายมาก เพราะหมายถึงผู้ให้บริการระบบ Cloud นั่นเอง 
  • Cloud Storage คือสถานที่เก็บทรัพยากรสำหรับระบบCloud


โครงสร้างพื้นฐาน


สามเหลี่ยมกลุ่มเมฆ


ระบบปฏิบัติการกลุ่มเมฆประกอบด้วยบริการที่สำคัญ 3 ส่วนคือโครงสร้างพื้นฐาน แพลทฟอร์ม และ แอพพลิเคชั่น

1.โครงสร้างพื้นฐานกลุ่มเมฆ (Cloud Infrastructure)
ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน เป็นระดับเริ่มต้นของสภาพแวดล้อมระบบประมวลผลกลุ่มเมฆในลักษณะของเครื่องคอมพิวเตอร์เสมือน (Virtual Machine) ให้บริการด้านการจัดสมดุลปริมาณงาน (Loadbalancing) และพื้นที่จัดเก็บข้อมูล (Storage) รองรับแพลทฟอร์มกลุ่มเมฆ และแอพพลิเคชั่นกลุ่มเมฆ ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานสามารถปรับเปลี่ยนคุณสมบัติ บริการ และควบคุมระบบประมวลผลกลุ่มเมฆได้สูงสุด โดยเป็นผู้ให้บริการระดับควบคุมทั้งหมดของโครงสร้างเซิร์ฟเวอร์ตัวอย่างผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน
เช่น Amazon's EC2 , GoGrid , RightScale

2.แพลทฟอร์มกลุ่มเมฆ (Cloud Platform)
ผู้ให้บริการแพลทฟอร์มจะกำหนดมาตรฐานของแอพพลิเคชั่นสำหรับผู้พัฒนา แต่แพลทฟอร์มจำเป็นต้องขึ้นกับลักษณะของโครงสร้างพื้นฐานของเครื่องคอมพิวเตอร์เสมือน ตัวอย่างผู้ให้บริการแพลทฟอร์มกลุ่มเมฆ เช่น
Google App Engine , Heroku , Mosso , Engine Yard , Joyent , force.com(Saleforce platform)

3. แอพพลิเคชั่นกลุ่มเมฆ (Cloud Application)
การให้บริการซอฟต์แวร์บนเครือข่ายในลักษณะ SAAS (Software As A Service) โดยรูปแบบให้บริการเป็นลักษณะ Virtualization กล่าวคือเป็นเว็บแอพพลิเคชั่น มีส่วนติดต่อกับผู้ใช้ (User interface) บนหน้าเว็บเบราว์เซอร์ โดยแยกส่วนโปรแกรมและส่วนประมวลผลอยู่บนเครือข่าย ผู้ใช้จึงไม่จำเป็นต้องติดตั้งแอพพลิเคชั่นในเครื่องคอมพิวเตอร์ เช่นบริการ Hotmail , Gmail , Quicken Online , Google Doc. , SalesForce , Online banking service

มาตรฐานของระบบประมวลผลกลุ่มเมฆ
ระบบประมวลผลกลุ่มเมฆใช้มาตรฐานแบบเปิด (open standard) เช่น Browsers (Ajax) , Communications (HTTP, XMPP) , Data (XML,JSON) , Offline (HTML5) , Management (OVF) , Security (OAuth, OpenID, TLS) , Solution stacks (LAMP) , Syndication (Atom) , Web Service (REST)



 การบริการบนระบบการประมวลผลแบบกลุ่มเมฆสามารถ แบ่งรูปแบบของชั้น ดังนี้

•  การให้บริการซอฟต์แวร์ หรือ Software as a Service (SaaS)
จะให้บริการการประมวลผลแอปพลิเคชันที่แม่ข่ายของผู้ให้บริการ และเปิดให้การบริการทางด้านซอฟแวร์ต่างๆ

•  การให้บริการแพลทฟอร์ม หรือ Platform as a Service (PaaS)
เป็นการประมวลผล ซึ่งมีระบบปฏิบัติการ และการสนับสนุนเว็บแอปพลิเคชันเข้ามาร่วมด้วย

•  การให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน หรือ Infrastructure as a Service (IaaS)
เป็นการให้บริการเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน มีประโยชน์ในการประมวลผลทรัพยากรจำนวนมาก

•  บริการระบบจัดเก็บข้อมูล หรือ data Storage as a Service (dSaaS)
ระบบการจัดเก็บข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ไม่จำกัด รองรับการสืบค้นและการจัดการข้อมูลขั้นสูง

•  บริการร่วมรวมลำดับความเชื่อมโยง หรือ Composite Service (CaaS)
คือส่วนทำหน้าที่รวมโปรแกรมประยุกต์ หรือจัดลำดับการเชื่อมโยงแบบ workflow ข้ามเครือข่าย รวมถึงการจัดการด้านความปลอดภัย

การประยุกต์ใช้ระบบประมวลผลกลุ่มเมฆ

บริการแอพพลิเคชั่นกลุ่มเมฆ (Cloud Application)

        เป็นแอพพลิเคชั่นที่เปิดให้บริการบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต โดยผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องติดตั้ง หรือรันแอพพลิเคชั่นที่เครื่องคอมพิวเตอร์ แต่เป็นการใช้บริการรันแอพพลิเคชั่นผ่านเครือข่ายจึงไม่ต้องมีภาระในการบำรุงรักษาซอฟต์แวร์ การดูแลในระดับปฏิบัติการ หรือระบบสนับสนุน ตัวอย่างเช่น Peer-to-peer/Volunteer Computing (Bittorent, SETI, Skype) , Web application (Facebook) , Software As A Service (Google Apps,Google Docs,Salesforce) , Software plus services (Microsoft Online service) ,


ระบบปฏิบัติการโฉมใหม่ Cloud OS



        หลังจากประสบความสำเร็จมากพอสมควรกับข้อตกลงกับ วอล-มาร์ต ให้ขายคอมพิวเตอร์ ที่ลงระบบปฏิบัติการ gOS และตามที่วอล-มาร์ตแจ้งก็ปรากฏว่าเสียงตอบรับจากลูกค้าค่อยข้าง ดี เน็ตบุ๊กยี่ห้อ เอเวอเรกซ์ ซึ่งมีขายในบ้านเราด้วยก็ใช้ระบบปฏิบัติการ gOS เหมือนกันล่าสุด Good OS เปิดตัวระบบปฏิบัติการแบบใหม่ gOS Cloud ที่ทำงานผ่านเว็บบราวเซอร์ เวลาบูตเครื่องขึ้นมาแทนที่มันจะเข้าไปยังเดสก์ทอปปกติเหมือนระบบปฏิบัติการอื่นๆ ที่ใช้กันจนคุ้นเคย Cloud จะพาเราเข้าไปยังบราวเซอร์แทนแต่ บราวเซอร์ดังกล่าวนี้สามารถควบคุมการทำงานทุกส่วนของคอมพิวเ ตอร์ได้เหมือนระบบปฏิบัติการ ความโดดเด่นของระบบปฏิบัติการ Cloud ก็คือ ความเร็วในการบูตเครื่องขึ้นมาใช้งาน เพราะใช้เวลาเพียงสองวินาทีหลังกดปุ่มเปิดเครื่อง ก็เริ่มใช้งานได้ทันที ขณะเดียวกันยังเรียกร้องทรัพยากรเครื่องต่ำสเป็กขั้นต่ำใช้แรมเพียง 128 เมกะไบต์ ต้องการพื้นที่ฮาร์ดดิสก์แค่ 35 เมกะไบต์พัฒนา และออกแบบมาให้ใช้สำหรับ เน็ตบุ๊กโดยเฉพาะ ซึ่งก็คงจะเป็นแบบ โออีเอ็ม คือ เจรจากับผู้ผลิตให้นำไปลงเครื่องก่อนขายให้ลูกค้าแบบเดียวกับที ่ทำมากับเดสก์ทอปนั่นเอง ซึ่งเจ้าแรกที่จับมือเป็นพันธมิตรก็คือ Gigabyte สำหรับ รูปร่างหน้าตาของ Cloud ที่ออกมา พื้นฐานเหมือนเดิมคือเป็นด็อคแบบแมคอินทอช ไอคอน ของแอปพลิเคชั่นต่างๆ จะอยู่ด้านล่าง แต่ผสมส่วนของ บราวเซอร์เข้ามาทำให้ดูเหมือน "Chrome" ของกูเกิล เพียงแต่ Cloud เป็นระบบปฏฺบัติการในตัวเองที่เป็นอิสระ สามารถใช้งานได้โดยไม่ต้องพึ่งพิงระบบปฏิบัติการอื่น แต่สามารถติดตั้งระบบปฏิบัติการอื่นร่วมด้วย และการสลับไปใช้ระบบปฏิบัติการอื่นๆ ในเครื่องไม่ว่าจะเป็นวินโดวส์ ลีนุกซ์ หรือ แมคอินทอชก็ทำได้โดยง่าย สำหรับตัว gOS นั้นเป็นระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ที่พัฒนาต่อยอดมาจาก "อูบุนตู" แต่เน้นเป็นพิเศษในการใช้ "เว็บ แอปพลิเคชั่น"รูปร่างหน้าตาโดย พื้นฐานจะคล้ายกับ Chrome ของ กูเกิล แต่ต่างกันก็ตรงที่ Cloud เป็นระบบปฏิบัติการในตัวเองด้วย สามารถทำงานอย่าง เป็นอิสระจากวินโดวส์ หรือ ลีนุกซ์ ในเครื่องได้และสามารถใช้งานร่วมกับระบบปฏิบัติการอื่นๆ ได้ทุกระบบปฏิบัติการ

        Cloud พัฒนามาสำหรับใช้กับเน็ตบุ๊กโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตาม ตามแผนของ Good OS เน็ตบุ๊กที่จะติดตั้ง Cloud ซึ่งจะมีบางยี่ห้อออกมาขายราวๆ ต้นปีถึงกลางปีหน้า จะติดตั้งวินโดวส์เอ็กซ์พี และ Cloud ไปด้วยกัน




บริการและความปลอดภัย




บริการโครงสร้างพื้นฐานกลุ่มเมฆ (Cloud Infrastructure)

ผู้ให้บริการนำความสามารถของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ด้านการประมวลผลมาให้บริการผ่านเครือข่าย โดยเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับสภาพแวดล้อมเสมือนจริงของแพลทฟอร์ม (Platform Virtualization Environment) ผู้ให้บริการในปัจจุบันเช่น Amazon Elastic Compute Cloud , Skytap , Sun Grid

บริการแพลทฟอร์มกลุ่มเมฆ (Cloud Platform)
มาตรฐานให้แก่ผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่น ตัวอย่างผู้ให้บริการแพลทฟอร์มกลุ่มเมฆ เช่น Google App Engine , Heroku , Mosso , Engine Yard , Joyent , force.com(Saleforce platform)

บริการระบบกลุ่มเมฆ (Cloud Software System)
บริการซอฟต์แวร์ระบบเพื่อรองรับการทำงานร่วมกันของเครื่องคอมพิวเตอร์บนเครือข่าย ในระดับกลุ่มเมฆ กับ กลุ่มเมฆ และระดับผู้ใช้กับกลุ่มเมฆ เช่น Amazon Web Service , Amazon Simple Queue Service , Amazon Mechanical Turk

บริการจัดเก็บข้อมูลกลุ่มเมฆ (Cloud Storage)
แนวคิดศูนย์ข้อมูลแบบ Super Data Center โดยนำความสามารถด้านหน่วยความจำไปให้บริการบนเครือข่ายรวมทั้งบริการด้านฐานข้อมูล (Database) โดยมีการคิดค่าบริการตามการใช้งานจริง เช่น Amazon Simple Storage Service , Amazon SimpleDB , Live Mesh , Mobile Me

Cloud Computing กับความปลอดภัย
            ในประเด็นเรื่องความปลอดภัยนั้น อันที่จริงในเชิงเทคนิคลูกค้าหรือผู้ใช้บริการสามารถทำได้ในระดับหนึ่ง เช่น การทำ Virtualization โดยลูกค้ามีสิทธิ์เต็มที่ในลักษณะของผู้ดูแลระบบเพื่อการกำหนดความปลอดภัยให้กับเครื่อง หรือ Virtual Machine ของตน, การใช้ระบบแจ้งเตือนเมื่อมีผู้ดูแลระบบพยายามดูข้อมูลของลูกค้า และการ Monitoring ทั้งห้อง data center จนถึงขั้น capture หน้าจอ admin แต่ทั้งนี้ยังคงมีจุดอ่อนสำคัญที่ผู้ใช้บริการควรตระหนักถึง นั่นคือ เมื่อเป็นการจ้างให้บุคคลภายนอกเข้ามาดูแลระบบของเรา เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าคนนั้นจะไม่แอบเก็บข้อมูลไปใช้เพื่อประโยชน์ของตนเองหรือเปิดเผยข้อมูลแก่บุคคลอื่น ยิ่งถ้าเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ ข้อมูลยิ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ หรือถ้าเป็นองค์กรทางด้านการเงิน ถึงแม้เราจะมีระบบตรวจสอบ หรือ audit เพื่อติดตามว่าใครทำอะไร ตรงไหน แต่เมื่อเกิดเหตุและจับได้ก็คงทำได้แค่ลงโทษตามกฎบริษัทหรือดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ความเสียหายได้เกิดขึ้นแล้ว อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นการจัดจ้างบุคคลภายนอก (outsourcing) หรือ ใช้บุคลากรภายใน เหตุการณ์เช่นนี้ก็สามารถเกิดขึ้นได้ ดังนั้นเราต่างต้องอาศัยความเชื่อใจและใช้จรรยาบรรณในการประกอบอาชีพ สิ่งที่ผู้ให้บริการ Cloud หรือ Cloud Provider ทำให้ได้ ก็คือ การรับประกันสัญญา หรือกำหนดมาตรฐานการดูแลระบบ และยึดมั่นในมาตรฐานนั้น นอกจากนี้ควรมีการควบคุมการเปิดให้บริการของ Cloud Provider นั่นคือ มีการกำหนดว่าบริษัทที่จะเป็น Cloud Provider ได้ อาจต้องได้รับการรับรอง หรือมี certification อะไรรับรองบ้าง ต้องมี ISO ควบคุม และต้องมีเทคโนโลยีความปลอดภัยอะไรเสนอต่อลูกค้า (Cloud Consumer) บ้าง เป็นต้น จากปรากฏการณ์ที่มีความสนใจอย่างมากในการประมวลผลแบบก้อนเมฆ ซึ่งผู้รู้หลายคนมีความเห็นว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะทำการเปลี่ยนแปลงแนวทางการดำเนินธุรกิจทางด้านระบบสารสนเทศในอนาคต ทางบริษัท Gartner ได้ให้คำแนะนำว่าเทคโนโลยีดังกล่าวก็มีปัญหาที่เกี่ยวข้องกับระบบความมั่นคงปลอดภัย โดยบริษัท Gartner ได้แนะนำว่าควรมีการตรวจประเมินความมั่นคงปลอดภัยของการใช้บริการประเภทดังกล่าวก่อน โดยได้ให้ข้อมูลเบื้องต้นในสิ่งที่ต้องพึงระวังในแง่ของความมั่งคงปลอดภัยในการใช้งานระบบ Could Computing ดังต่อไปนี้

1) การเข้าถึงของผู้ใช้งาน ให้ตรวจสอบว่าผู้ให้บริการประมวลผลแบบก้อนเมฆนั้นมีกระบวนการอย่างไรในการควบคุมผู้บริหารจัดการดูแลระบบซึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญ ๆ ในระบบ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่มีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลสามารถเข้าถึงข้อมูลได้

2) การดำเนินการตามมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัย ควรเลือกใช้บริษัทที่ให้บริการประมวลผลแบบก้อนเมฆที่มีการทำการตรวจประเมินโดยผู้ตรวจประเมินจากภายนอกและมีการผ่านกระบวนการรับรองมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัย

3) ตำแหน่งของข้อมูล เนื่องจากในระบบการประมวลผลแบบ้ก้อนเมฆนั้น ข้อมูลสารสนเทศ จะสามารถถูกเก็บไว้ ณ ที่ใดก็ได้ ซึ่งบริษัทผู้ใช้บริการควรทราบว่าข้อมูลของบริษัทมีการเก็บรักษาไว้ที่ใด และผู้ให้บริการก็ควรจะยึดหลักของกฏหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของความเป็นส่วนตัวในแต่ละพื้นที่ด้วย

4) การแยกแยะกลุ่มข้อมูล เนื่องจากข้อมูลในก้อนเมฆนั้นมีการบันทึกในสภาพแวดล้อมที่ใช้ร่วมกันหลายบริษัท แต่ละบริษัทควรที่จะสอบถามผู้ให้บริการว่ามีวิธีการอย่างไรในการแยกกลุ่มของข้อมูลและวิธีการใดในการสร้างความมั่นคงปลอดภัยแก่ข้อมูล การใช้งานเทคนิคการเข้ารหัสข้อมุลสามารถช่วยได้แต่ต้องมีการหลีกเลี่ยงปัญหาข้อมูลสูญหายเนื่องจากเทคนิคการเข้ารหัสด้วย

5) การเก็บกู้ข้อมูล ต้องมีการสอบถามว่าเมื่อมีข้อมูลสูญหายแล้วบริษัทผู้ให้บริการมีมาตรการอย่างไรในการเก็บกู้ข้อมูลเมื่อเกิดปัญหา หัวใจสำคัญคือความสามารถในการเก็บกู้ข้อมูลกลับคืนได้ 100% ให้ตรวจสอบว่ามีการบันทึกข้อมูลและโปรแกรมประยุกต์สำรองในหลาย ๆ สถานที่หรือไม่

6) การสนับสนุนในแง่ของความมั่นคงปลอดภัย ซึ่งบริษัทผู้ให้บริการประมวลผลแบบก้อนเมฆ ควรที่จะให้บริการสอบสวนกิจกรรมที่ผิดกฏหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบันทึกข้อมูลการใช้งานระบบและข้อมูลสารสนเทศที่มีแนวโน้มที่จะกระจายยังเครื่องแม่ข่ายหลายเครื่องและศูนย์ข้อมูลหลาย ๆ แห่ง

7) ความต่อเนื่องของบริการ ผู้ใช้งานต้องมีการพิจารณาถึงความต่อเนื่องของการให้บริการ โดยเฉพาะความมั่นคงของผู้ให้บริการ จะเกิดอะไรขึ้นหากบริษัทที่ให้บริการข้อมูลต้องปิดกิจการไปหรือถูกซื้อไป มีมาตรการอย่างไรในการเรียกข้อมูลคืนกลับมายังบริษัท

หลีกเลี่ยงผู้ให้บริการประมวลผลแบบก้อนเมฆจากบริษัทผู้ให้บริการ ที่ไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลรายละเอียดของความมั่นคงปลอดภัย การดำเนินการตามมาตรฐาน และความต้องการทางเทคนิคอื่น ๆ


ตัวอย่าง Commercial Cloud Formation



Amazon Web Services : Elastic Compute Cloud (EC2)
เป็น Utility Computing (UC) คือ ให้บริการทรัพยากรที่ใช้ในการประมวลผล เช่น CPU hour,memory ,network รวมทั้ง Platefotm ที่สามารถให้บริการในการ Run Software ตามความต้องการใช้บริการ เป็นแนวคิดในการให้บริการตามที่คิดค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริง ด้วยการให้บริการด้าน SaaS , การวิเคราะห์และการประมวลผลแบบ Batch Processing
ประโยชน์ของ Utility Computing (UC)
1. ประโยชน์กับผู้ใช้บริการ ได้แก่ การลดต้นทุน
2. ประโยชน์กับผู้ให้บริการ ได้แก่ สร้างรายได้ เพราะการให้บริการที่แตกต่างกัน ด้วยคุณภาพและมีความเชี่ยวชาญกว่า
คราวนี้เข้าเรื่อง Amazon EC2 เลยค่ะ

Amazon EC2

เปิดตัวครั้งแรกในปี 2006
ใช้แนวคิดในเรื่องของ Simple Storage Service(S3)
ซึ่งเป็น Elastic Compute Cloud(EC2)
การคำนวณบน virtual parallel clusters และdestroy on demand.
base on Linux and Xen
มีความหลากหลายของ O/S images ซึ่งAmazon Machine Images (AMIs)
การประมวลผลแบบขนานด้วยเทคโนโลยีการคำนวณขั้นสูง(High-Performance Computing - HPC) –
o โดยจะคำนวณแบบ Batch processing oriented queue based systems.

Characteristics Amazon EC2
Elastic : สามารถเพิ่ม/ลด ความจุได้ภายในเวลาที่รวดเร็ว และสามารถทำการ monitor controll ผ่านทาง EC2 APIs
  • ทำการควบคุมได้อย่างสมบูรณ์แบบ
  • สามารถเลือกใช้ OS ได้ตามที่ลูกค้าใช้อยู่แล้วได้เลย
  • สามารถเลือก Software Package ได้ เช่น Redhat,Ubuntu,openSuse,Windows Server 2003
  • ระบบ Amazon datacenter มีความน่าเชื่อถือสูงมากๆ
  • ระบบ Secure ใช้ web interface ในการ configure firewall

ปัจจุบัน EC2 ยังคงไม่หยุดนิ่ง โดยทำการศึกษาวิจัยในเรื่องสำคัญต่อไป ดังนี้
  •  EC2 Instance
  •  Test with standard HPC benchmarks : I/O performance
  • MPI on EC2
  • Application demonstration
  •  Optimized Compiler
  •  Queuing System
  •  Input/Output and Filessystems
  •  Security Issues
  • Interactive Usage with an HPC code